WHY GALVANIZE? - ทำไม…จึงต้องชุบเคลือบสังกะสี

สนิมเกิดจาก ?????


การกัดกร่อนของโลหะ

เมื่อนำเหล็กกล้าไปชุบสังกะสี ชั้นเคลือบซึ่งมีส่วนประกอบของสังกะสี และโลหะผสม (สังกะสี-เหล็ก) ที่เกิดขึ้น มีความสามารถช่วยป้องกันการกัดกร่อน และการเกิดสนิมให้กับเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเหล็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของเหล็กกล้าในการผลิต และการใช้งาน เรียกได้ว่า ไม่มีการเคลือบผิวเหล็กในลักษณะอื่นใดที่ จะมีประสิทธิภาพด้านการป้องกันการกัดกร่อน และมีความคุ้มค่าในเชิงราคา และการใช้งาน ได้ดีเทียบเท่ากับการชุบสังกะสี


COST - ค่าใช้จ่ายในการชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

การชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน ถูกมองว่าเป็นวิธีป้องกันการกัดกร่อนที่มีราคาแพง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (Initial Cost) ที่สูงกว่า แต่เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ตามมาตลอดอายุการใช้งานแล้ว การชุบสังกะสีเป็นวิธีป้องกันการกัดกร่อนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีอื่น ๆ

วิธีป้องกันการกัดกร่อนที่เป็นที่นิยม เช่น การทาสี หรือการพ่นสีฝุ่น จำเป็นต้องซ่อมบำรุงบ่อยครั้งตลอดอายุการใช้งาน ก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย ทางตรงทั้งค่าสี และค่าแรง ประมาณ 2 - 5 เท่าของค่าใช้จ่ายเบื้องต้น อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการซ่อมแซมความเสียหายจากการกัดกร่อน คิดเป็นกว่า 5 - 11 เท่าของค่าใช้จ่ายทางตรง ในขณะที่การชุบเคลือบสังกะสีนั้นไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษา จึงไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ตามมาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงนำมาสู่แนวคิดในการประเมินค่าใช้จ่ายในการป้องกันการกัดกร่อนตลอดอายุโครงการ (Life Cycle Cost) โดยพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และค่าใช้จ่ายที่ตามมา ซึ่งเมื่อประเมินอย่างครบถ้วนตามแนวคิดดังกล่าวแล้ว การชุบเคลือบสังกะสีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในโครงการได้อย่างมาก


SUSTAINABLE DEVELOPMENT - การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่สอดคล้องกันทั้งด้านเศรษฐกิจ, สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ออกแบบเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เหล็กชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วย 3 คุณลักษณะ คือ

1) ไม่ต้องการการซ่อมบำรุงรักษา (Zero Maintenance) 2) สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด (100% Recyclable) 3) เป็นวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อย (Eco-Friendly Material)

การศึกษาล่าสุดในเรื่องการประเมิณวัฐจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life-Cycle Assessment) โดยประเมินการใช้พลังงาน และการก่อของเสียตลอดวัฐจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ พบว่าเหล็กชุบเคลือบสังกะสีส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก เมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น


กระบวนการชุบสังกะสีดำเนินการในโรงชุบที่มีมาตรฐาน นอกจากนี้สังกะสีเป็นโลหะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, มีความปลอดภัย และยังจัดเป็นแร่ธาตุที่เป็นสารอาหารจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต


BENEFIT - ประโยชน์การชุบเคลือบสังกะสี

  1. ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบป้องกันอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง
  2. ไม่ต้องการการซ่อมบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน
  3. อายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี ในสภาพแวดล้อมทั่วไป
  4. มาตรฐานรับรองคุณภาพเชื่อถือได้ตามมาตรฐานสากล อาทิ EN ISO 1461, ASTM A123
  5. ผิวเคลือบเป็นโลหะผสม ทนทาน สะดวกต่อการขนส่ง และการติดตั้งชิ้นงาน
  6. สามารถป้องกันพื้นผิวที่เสียหายได้ดัวยตัวเอง โดยวิธี Cathodic Protection
  7. เป็นการป้องกันทั่วผิวชิ้นงาน ภายนอก ภายใน ทั้งซอกมุมที่เข้าถึงได้ยาก
  8. ง่ายต่อการตรวจสอบคุณภาพ ผู้ผลิตไม่สามารถบิดเบือนคุณภาพการชุบโดยที่ไม่ ถูกสังเกตเห็นได้
  9. กระบวนการผลิตที่รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง และติดตั้ง
  10. การทาสีบนผิวเคลือบ ช่วยเพิ่มอายุการใช้งาน และความสวยงาม 



ข้อมูลจาก http://www.hdgthai.org/web/why-galvanize.html